Robinhood เปิดตัวผลิตภัณฑ์เบต้าเมื่อวันพุธ ซึ่งให้ผู้ใช้เชื่อมต่อเอเจนต์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของบุคคลที่สามเข้ากับบัญชีนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์เฉพาะสำหรับการซื้อขายหุ้นแบบอัตโนมัติ
Robinhood เปิดตัวการซื้อขายด้วยเอเจนต์ AI สำหรับลูกค้า 27 ล้านราย เตรียมเพิ่มออปชันและคริปโตเป็นลำดับถัดไป

ประเด็นสำคัญ
- Robinhood เปิดตัว Agentic Trading ในสถานะเบต้าเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2026 โดยให้เอเจนต์ AI จาก Claude หรือ ChatGPT ซื้อขายหุ้นได้แบบอัตโนมัติ
- ขณะนี้ลูกค้าที่มีเงินฝากแล้ว 27 ล้านรายของ Robinhood สามารถนำกลยุทธ์ AI ไปใช้งานผ่านบัญชีแบบแซนด์บ็อกซ์ โดยมีแผนจะรองรับคริปโตในเร็วๆ นี้
- ซีอีโอ Vlad Tenev ส่งสัญญาณว่าคริปโต ออปชัน และฟิวเจอร์สจะตามมาหลังจากเบต้าที่รองรับเฉพาะหุ้น ขณะที่ Robinhood ขยายเครื่องมือการเงินแบบเอเจนต์
เบต้าเทรดด้วย AI ของ Robinhood ให้ผู้ใช้ใช้งาน ChatGPT และ Claude ในบัญชีแบบแซนด์บ็อกซ์
ฟีเจอร์นี้ชื่อว่า Agentic Trading ช่วยให้ผู้ใช้เชื่อมต่อระบบ AI ที่สร้างบนแพลตฟอร์มอย่าง Claude หรือ ChatGPT เข้ากับบัญชี Robinhood แบบแซนด์บ็อกซ์ได้โดยตรง จากนั้น AI สามารถส่งคำสั่งซื้อขาย เฝ้าติดตามสถานะ และดำเนินกลยุทธ์ต่างๆ ได้โดยไม่ต้องให้ผู้ใช้เริ่มทำแต่ละธุรกรรมด้วยตนเอง
ซีอีโอ Robinhood Vlad Tenev กล่าวถึง การเปิดตัวครั้งนี้ว่าเป็นการต่อยอดภารกิจด้านนักลงทุนรายย่อยของบริษัท โดยเขาระบุว่า ระบบอัตโนมัติแบบกองทุนเฮดจ์ควรเข้าถึงได้สำหรับนักลงทุนทั่วไป ไม่ใช่เฉพาะสถาบันที่มีเครื่องมือเฉพาะทางเท่านั้น
ผู้ใช้จะตั้งค่าบัญชีสำหรับ agentic trading แยกต่างหากจากพอร์ตหลัก ต้องฝากเงินเข้าบัญชีนั้นโดยตรง เอเจนต์ AI จะเข้าถึงได้เฉพาะสิ่งที่ผู้ใช้นำไปไว้ในบัญชีนั้นเท่านั้น
เอเจนต์เชื่อมต่อผ่านเซิร์ฟเวอร์ Model Context Protocol ของ Robinhood เมื่อเชื่อมแล้ว ผู้ใช้จะเห็นฟีดกิจกรรมแบบเรียลไทม์ ข้อมูลกำไรและขาดทุน และการแจ้งเตือนแบบพุชสำหรับแต่ละคำสั่งซื้อขาย อีกทั้งมีตัวเลือกตัดการเชื่อมต่อได้ในแตะเดียว ให้ผู้ใช้ตัดสิทธิ์การเข้าถึงได้ทุกเมื่อ

Robinhood ระบุกรณีการใช้งานตัวอย่างหลายแบบ นักลงทุนระยะยาวสามารถใช้เอเจนต์เพื่อปรับสมดุลพอร์ตตามความกระจุกตัวของภาคอุตสาหกรรม นักลงทุนเชิงธีมสามารถสร้างและติดตามสถานะลงทุนในหัวข้ออย่างปัญญาประดิษฐ์หรือเซมิคอนดักเตอร์ ส่วนเทรดเดอร์เชิงรุกสามารถนำกลยุทธ์แบบ mean-reversion ไปใช้ โดยมีการทดสอบย้อนหลัง (backtesting) ในตัว
บริษัทชี้แจงความเสี่ยงอย่างตรงไปตรงมา ผู้ใช้ต้องรับผิดชอบผลลัพธ์ทั้งหมดเอง Robinhood ไม่ได้กำกับดูแล ควบคุม หรือรับประกันประสิทธิภาพของเอเจนต์ AI ใดๆ เอเจนต์อาจตีความคำสั่งผิด ทำงานบนข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน หรือขาดทุนจนสูญเสียเงินฝากทั้งหมด ผู้ใช้ยอมรับเงื่อนไขดังกล่าวก่อนเชื่อมต่อระบบใดๆ
มาตรการป้องกันเพิ่มเติมรวมถึงการตรวจจับการฉ้อโกง ตัวเลือกให้อนุมัติคำสั่งซื้อขายด้วยตนเอง และการจำกัดการเข้าถึงบัญชีตามการออกแบบ
เบต้าครอบคลุมเฉพาะหุ้น (equities) เท่านั้น Robinhood ระบุว่าจะรองรับออปชัน คริปโต สัญญาเหตุการณ์ (event contracts) และฟิวเจอร์ส เมื่อผลิตภัณฑ์พ้นช่วงเบต้า โดยไม่ได้ให้วันเวลาที่ชัดเจน
Robinhood ให้บริการซื้อขายคริปโตแบบไม่คิดค่าคอมมิชชันตลอด 24 ชั่วโมงผ่าน Robinhood Crypto, LLC อยู่แล้ว โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ช่วยวางตำแหน่งให้บริษัทสามารถเปิดตัวกลยุทธ์คริปโตแบบอัตโนมัติได้เมื่อช่วงเบต้าสิ้นสุดลง
บริษัทได้พัฒนาเครื่องมือ AI มาระยะหนึ่งแล้ว Robinhood Cortex ที่มีให้สำหรับสมาชิก Gold ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับหุ้นและคริปโตที่ขับเคลื่อนด้วย AI ส่วน Agentic Trading เป็นการต่อยอดงานดังกล่าวไปสู่การส่งคำสั่งซื้อขายจริง
Robinhood มีลูกค้าที่มีเงินฝากแล้วประมาณ 27 ล้านราย การเปิดแพลตฟอร์มให้เอเจนต์ AI แบบอัตโนมัติอาจเพิ่มปริมาณการซื้อขายและการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ โดยเฉพาะในคริปโตซึ่งยังเป็นตัวขับเคลื่อนรายได้หลักของบริษัท
Robinhood ยังเปิดตัว Agentic Credit Card ควบคู่กับฟีเจอร์การเทรด โดยเป็นบัตรเสมือน Robinhood Gold Card ที่ให้เงินคืน 3% และกำหนดวงเงินการใช้จ่ายได้ ทั้งสองผลิตภัณฑ์แยกกัน
Agentic Trading เปิดตัวท่ามกลางคำถามเรื่องการกำกับดูแล AI ในการเงินรายย่อยที่ดังขึ้นเรื่อยๆ Robinhood เป็นหนึ่งในโบรกเกอร์รายย่อยรายใหญ่รายแรกๆ ที่เปิดแพลตฟอร์มให้เอเจนต์อัตโนมัติจากบุคคลที่สาม ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่หน่วยงานกำกับดูแลน่าจะจับตาอย่างใกล้ชิด

















